จากหลักฐานภาพถ่ายเสาชิงช้าในปี พ.ศ. 2495 และบริบททางประวัติศาสตร์ รถสามล้อถีบมีความสำคัญต่อชาวพระนครในหลายด้าน ดังนี้
วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
The Giant Swing of Bangkok
จากหลักฐานภาพถ่ายเสาชิงช้าในปี พ.ศ. 2495 และบริบททางประวัติศาสตร์ รถสามล้อถีบมีความสำคัญต่อชาวพระนครในหลายด้าน ดังนี้
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
หอพระไตรปิฎกวัดระฆังโฆสิตาราม
วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งแสดงให้เห็นอาคารไม้ทรงไทยโบราณหรือหอไตร ซึ่งในทางประวัติศาสตร์เป็นที่ทราบกันว่าเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เนื่องจากท่านเคยใช้เป็นที่จำพรรษาและรวบรวมพระไตรปิฎก อย่างไรก็ตาม ในแหล่งข้อมูลชุดนี้ไม่มีเนื้อหาที่เป็นข้อความระบุรายละเอียดประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี โดยตรง หากอ้างอิงจากการสนทนาก่อนหน้านี้
ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมาก เป็นผู้สร้างพระสมเด็จวัดระฆัง และเป็นผู้นำบทสวดชินบัญชรมาเผยแผ่ สถาปัตยกรรมแบบย่อมุมไม้ 20 มีจุดเด่นที่แตกต่างจากผังแบบอื่น เช่น ผังแปดเหลี่ยม หรือย่อมุมไม้สิบสอง ในด้านความละเอียดลออและการสร้างรูปทรงที่ดูอ่อนช้อยและนุ่มนวลกว่า โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจจากแหล่งข้อมูลดังนี้
ความประณีตของมุมที่เพิ่มขึ้นการ ย่อมุมไม้ 20 หมายถึงการนำมุมใหญ่ทั้ง 4 มุมของผังรูปสี่เหลี่ยม มาแบ่งย่อยออกเป็นมุมเล็ก ๆ อีกมุมละ 5 มุม รวมเป็น 20 มุม ซึ่งช่วยให้องค์เจดีย์ลดความแข็งกระด้างของรูปทรงสี่เหลี่ยมลง และเปลี่ยนจากรูปทรงที่ดูเป็นเหล็กเป็นรูปทรงที่ดูค่อนไปทางวงกลมมากขึ้นแต่ยังคงความคมชัดของเส้นสายไว้ การรองรับชุดฐานที่ซับซ้อนจุดเด่นที่พบในผังแบบนี้คือการใช้รองรับ ชุดฐานสิงห์ ที่มีความซ้อนกันหลายชั้น ในแหล่งข้อมูลระบุว่าเจดีย์ย่อมุมไม้ 20 ที่วัดอมรินทรารามมีชุดฐานสิงห์ซ้อนกันถึง 3 ชั้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้เจดีย์ดูเพรียวระหงและสูงโปร่งกว่าเจดีย์ผังแบบอื่น ความต่อเนื่องของรูปทรง
ผังย่อมุมไม้ 20 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ฐาน แต่จะถูกถ่ายทอดรูปทรงขึ้นไปสู่ส่วนกลางและส่วนยอดของเจดีย์ด้วย เช่น การใช้บัวทรงคลุ่ม รองรับองค์ระฆัง และการไล่ระดับไปจนถึงบัลลังก์และบัวทรงคลุ่มเถาที่ส่วนยอด ทำให้องค์ประกอบทั้งหมดดูสอดรับกันอย่างเป็นเอกภาพ สัญลักษณ์ของงานช่างชั้นสูง ผังย่อมุมไม้ 20 มักถูกเลือกใช้ในงานที่เป็น เจดีย์ทรงเครื่อง ซึ่งมีความสำคัญสูง เช่น เจดีย์ที่สร้างโดยเจ้านายวังหลัง 3 องค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมที่ประณีตที่สุดในยุคนั้น
สรุป ได้ว่า จุดเด่นที่แตกต่างคือความถี่ของเหลี่ยมมุมที่มากกว่า ทำให้เกิดมิติของแสงและเงาที่ซับซ้อนและสวยงามกว่าผังย่อมุมแบบอื่นนั่นเองผังย่อมุมไม้ 20 ในงานสถาปัตยกรรมไทย คือเทคนิคการออกแบบฐานหรือองค์ระฆังของเจดีย์ โดยการนำมุมทั้ง 4 ของรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมาตัดแบ่งย่อยออกเป็นมุมเล็กๆ มุมละ 5 มุม เมื่อรวมทั้ง 4 ด้านจึงกลายเป็น 20 มุม ซึ่งช่วยให้รูปทรงของเจดีย์ดูมีความนุ่มนวล ประณีต และมีความซับซ้อนของแสงเงามากกว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมปกติ จากแหล่งข้อมูลที่ปรากฏ มีรายละเอียดการใช้ผังย่อมุมไม้ 20 ที่น่าสนใจดังนี้
ตัวอย่างที่ชัดเจนปรากฏในเจดีย์ทรงเครื่อง 3 องค์ ที่วัดอมรินทราราม ซึ่งสร้างโดยเจ้านายวังหลัง กรมหมื่นนราเทเวศร์กรมหมื่นนเรศร์โยธี และกรมหมื่นเสนีย์บริรักษ์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ใช้ผังนี้
ในแหล่งข้อมูลระบุว่าเจดีย์ที่มีผังย่อมุมไม้ 20 จะมีองค์ประกอบต่อเนื่องขึ้นไปตามลำดับดังนี้ฐานประทักษิณเป็นฐานชั้นล่างสุดที่เตี้ย ๆ ฐานเขียงและฐานสิงห์: มีฐานเขียง 1 ชั้น รองรับชุดฐานสิงห์ 3 ชั้น ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงการย่อมุมได้อย่างชัดเจน ส่วนกลาง มีบัวทรงคลุ่มรองรับองค์ระฆัง และตัวองค์ระฆังเองก็อยู่ในผังย่อมุมนี้ด้วย ส่วนยอด ประกอบด้วยบัลลังก์ บัวทรงคลุ่มเถา ปลี ลูกแก้ว และประดับยอดสุดด้วยเม็ดน้ำค้าง สรุปได้ว่า ผังย่อมุมไม้ 20 เป็นรูปแบบศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความประณีตในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในรัชกาลที่ 3 ซึ่งมักใช้กับเจดีย์ทรงเครื่องที่มีความสำคัญ เพื่อแสดงถึงฝีมือช่างชั้นสูงและการถวายเป็นพุทธบูชาของเหล่าเจ้านาย
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
โรงภาพยนต์เทียนกัวเทียน
ทั้งสองภาพสะท้อนให้เห็นว่าย่านโรงภาพยนตร์เทียนกัวเทียน (天外天) ในเยาวราช เป็นพื้นที่ที่มีพลวัตสูงและเป็นศูนย์กลางความเจริญที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย โดยสามารถขยายความรายละเอียดที่แหล่งข้อมูลกล่าวถึงได้ดังนี้
วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
วงเวียนใหญ่
จากภาพถ่ายประวัติศาสตร์ วงเวียนใหญ่ในปี 2497 แหล่งข้อมูลนี้ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตของย่านวงเวียนใหญ่ในยุคนั้นไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569
Hidden Mosque Legacy
มัสยิดหลวงโกชาอิศหากตั้งอยู่ใน ย่านการค้าสำเพ็ง ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและแหล่งค้าขายที่สำคัญของชาวจีนในกรุงเทพมหานคร โดยมัสยิดแห่งนี้ถือเป็น มัสยิดเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนและร้านค้าของชาวจีน ในย่านนี้อย่างโดดเด่น รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งของมัสยิดตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลมีดังนี้ ที่ตั้งตามเขตการปกครอง ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 979 ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร จุดยุทธศาสตร์ทางการค้ามัสยิดตั้งอยู่ใกล้กับ ท่าน้ำราชวงศ์ ซึ่งในอดีตเป็นจุดจอดเรือและขนถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้ามุสลิมและชาวต่างชาติตั้งแต่บริเวณบางรักไปจนถึงท่าราชวงศ์ความสัมพันธ์กับย่านใกล้เคียงแม้พื้นที่โดยรอบมัสยิดจะไม่มีชุมชนอิสลามอาศัยอยู่ แต่เป็นที่รวมตัวของชาวมุสลิมที่เข้ามาประกอบธุรกิจในย่านการค้าใกล้เคียง เช่น เยาวราช (กลุ่มพ่อค้าอัญมณี) และชาวมุสลิมนานาชาติที่มาซื้อสินค้าในย่าน สำเพ็งและพาหุรัดสภาพแวดล้อมในอดีตก่อนที่จะมีการตัดถนนทรงวาด พื้นที่บริเวณนี้เคยมีลักษณะเป็นร่องสวนที่ต้องใช้สะพานเล็กๆ ในการสัญจรเข้าไป มัสยิดหลวงโกชาอิศหากจึงเปรียบเสมือน ใจกลาง
วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565
คมปัญญาตัดกิเลส
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
Bangkok story
ดาบสสอนบุตร
วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562
วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ชีวิตคือความท้าทาย
ถ้าเราท้าทายกับการปฏิวัติชีวิตมนุษย์ของเรา ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราจะได้รับชัยชนะในชีวิตในที่สุด เราจะสามารถขยายสภาพชีวิตของเราได้อย่างกว้างใหญ่ เราจะได้รับสภาพชีวิตแห่งอิสระที่ไม่มีขอบเขตจำกัดซึ่งจะทำให้เราโอบอุ้มความยากลำบากและความเศร้าโศกทั้งหลายได้ราวกับมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่เวลาจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน เมื่อความสำคัญของประสบการณ์ทั้งหลายของเราปรากฏชัดออกมา ด้วยเหตุผลดังกล่าว สิ่งสำคัญคือเราต้องยังคงมุ่งหน้าต่อไปบนพื้นฐานของความไม่ประมาท
บทความที่เขียนขึ้นนี้เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังท้อแท้หรือหมดหวังในชีวิตโดยการนำเสนอบทความนี้จะประมวลนำเอาประสบการของตนเองบ้าง - คนรอบข้างบ้างนำมาเรียบเรียงและรวบรวมเป็นหมวดหมู่หรือว่าหัวข้อชวนคิด - ชวนคุย หวังว่าจะได้สาระบ้างไม่มากก็น้อย.....Sgi International Association
วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บันทึกธรรม
สัทธรรมปรุณฑริกสูตร
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561
วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ดอกเตอร์ วังการี
ดร.วังการี มาไธ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้รับรางวัลโนเบล ด้านสันติภาพ ชาวเคนยา ผู้ซึ่งข้าพเจ้าและภรรยามีมิตรภาพอย่างอบอุ่น เขียนไว้ว่า ทุกคนที่เคยบรรลุความสำเร็จในเรื่องใด ๆ ล้วนเคยล้มลงหลายครั้ง แต่ทุกคนลุกขึ้นและสู้ต่อไป และนั่นคือสิ่งที่ดิฉันพยายามทำอยู่เสมอ บุคคลผู้ยิ่งใหญ่จะไม่ยอมแพ้
โปรดดำเนินชีวิตด้วยความตั้งใจที่จะท้าทายความยากลำบากอย่างกล้าหาญ ไมว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน และมีชัยชนะในที่สุด
วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
เปิดตำนานแร้งวัดสระเกศเปรตวัดสุทัศน์
แล้วทำไมต้องเป็นวัดสระเกศ ?ต้องบอกก่อนว่าสมัยก่อนเขาห้ามเผาศพกันในเมือง ใครตายก็ต้องโน่นเลยนอกกำแพงเมืองโน่นแล้วประตูเมืองที่เค้าอนุญาตให้เอาศพผ่านก้อมีประตูเดียว ที่เรียกว่า ประตูผีนั่นแหละทีนี้วัดสระเกศก็อยู่ใกล้กับประตูผีนั่นพอดี ผ่านประตูเมืองมาก็เจอกับวัดสระเกศเป็นวัดแรกก็เลยต้องเอาศพมาทิ้งที่นี่เพราะสะดวกดี ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้เวลาพูดถึงแร้ง เลยทำให้นึกไปถึงวัดอื่นไม่ได้นอกจากวัดสระเกศแต่ถ้าพูดถึงแร้งวัดสระเกศแล้วไม่พูดถึงเปรตวัดสุทัศน์ ก็จะดูเหมือนเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์ เพราะเรามักจะได้ยินสองอย่างนี้คู่กันเสมอ ๆ สำหรับ เปรตนั้น ก็เป็นชื่อเรียกผีหรือมนุษย์ที่ทำบาปทำกรรมหนักหนาสาหัสเมื่อตายไปแล้วก็จะมาเกิดเป็นเปรตเพื่อชดใช้กรรมที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์
วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561
รู้เตือนตน
วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561
ความหวัง
เราสามารถฉายส่องได้อย่างแท้จริง
โดยการซื่อสัตย์กับตัวเอง
ตามลักษณะเด่นของเรา
ด้วยความจริงใจ และความตั้งใจ
ขอให้ก้าวหน้าไปบนหนทางที่ถูกต้อง
ผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยวิธีดังกล่าว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
จะต้องมีชัยชนะเมื่อสิ้นสุดของวัน By.....Nichiren Buddhism
































