เหตุผลและการเตรียมการสถาปนากรุงธนบุรี ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์การที่พระองค์ทรงเลือกเมืองธนบุรีเป็นราชธานีเนื่องจากเหตุผลทางยุทธศาสตร์และการเมืองเป็นหลัก. แม้ในขณะนั้นเมืองธนบุรีจะมีสภาพทิ้งร้าง มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมและมีซากศพเกลื่อนกลาดจนต้องมีการเกณฑ์แรงงานเพื่อจัดการพื้นที่ใหม่ก็ตาม การสืบสานราชประเพณี เพื่อแสดงถึงสิทธิธรรมในการเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงอัญเชิญพระบรมวงศานุวงศ์สมัยอยุธยาจากเมืองลพบุรีมายังธนบุรี และได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศตามโบราณราชประเพณีการตั้งนามเมืองราชธานีใหม่นี้มีนามว่า กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร แต่ในเอกสารราชการยุค
นั้นยังคงเรียกนามเมืองหลวงว่า กรุงพระมหานคร ตามเดิม เพื่อสะท้อนถึงการเป็นศูนย์กลางอำนาจแทนกรุงเก่า. การปราบดาภิเษกและบริบททางการเมือง การขึ้นครองราชย์ หลังจากทรงขับไล่ทหารพม่าออกไปได้เพียง 7 เดือน พระองค์ทรงทำพิธีปราบดาภิเษกในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2311 (จุลศักราช 1129) เมื่อพระชนพรรษา 34 พรรษาการสร้างความยอมรับ: ความสำเร็จในการสถาปนากรุงธนบุรีทำให้ผู้ที่ต้องการรื้อฟื้นราชอาณาจักรอยุธยาเข้ามาเข้าพวกกับพระองค์เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สถานะกษัตริย์ของพระองค์เด่นชัดยิ่งขึ้น พระองค์ยังทรงเริ่มประกอบพระราชกรณียกิจตามแบบอย่างกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อแสดงถึงสิทธิธรรมในการปกครอง. บทบาทของกรุงธนบุรีในการสร้างชาติ ศูนย์กลางการรวบรวมแผ่นดิน:
กรุงธนบุรีถูกใช้เป็นฐานที่มั่นในการปราบปรามขุนศึกก๊กต่าง ๆ ที่แตกแยกอยู่ให้กลับมาเป็นปึกแผ่น และขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง, การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม: การเลือกธนบุรีถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจากสงคราม. นอกจากการศึกสงครามแล้ว ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ 15 ปี พระองค์ทรงใช้กรุงธนบุรีเป็นศูนย์กลางในการฟื้นฟูทั้งด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เพื่อให้ราชอาณาจักรกลับเข้าสู่สภาวะปกติ,. สรุปได้ว่า การสถาปนากรุงธนบุรีในบริบทของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คือการวางรากฐานใหม่ให้กับชาติไทยในยามวิกฤต โดยใช้ทั้งอำนาจทางทหาร ความเฉลียวฉลาดทางยุทธศาสตร์ และการสืบสานความชอบธรรมจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่อรวมใจผู้คนให้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง

