ย่านสำเพ็งและเยาวราชมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานควบคู่กับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ และมีรากฐานย้อนไปได้ไกลถึงสมัยอยุธยา โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
รากฐานตั้งแต่สมัยอยุธยาพื้นที่บริเวณนี้มีการตั้งถิ่นฐานมานานก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ดังจะเห็นได้จากวัดสัมพันธวงศาราม (วัดเกาะ) ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยา ในอดีตพื้นที่นี้มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีคูคลองล้อมรอบเชื่อมต่อจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บางพื้นที่ดูเหมือนเป็นเกาะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ วัดเกาะ การบูรณะและการขยายตัวในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ ในย่านนี้ใหม่ เช่น วัดเกาะที่ได้รับการบูรณะโดยสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี การ
พัฒนาในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ย่านนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการบูรณะวัดสัมพันธวงศ์อีกครั้งและพระราชทานนามใหม่ และในสมัยรัชกาลที่ 5 ย่านเยาวราชได้กลายเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคเพื่อถวายผ้าพระกฐิน ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในปัจจุบัน ย่านนี้ประกอบด้วยถนนสายสำคัญหลายสายที่เป็นหัวใจของการค้า เช่น ถนนวานิช 1 (สำเพ็ง) และ ถนนเยาวราช ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม ถนนมังกรที่ไม่เคยหลับ ย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมธุรกิจหลากหลาย ทั้งคลองถม เวิ้งนาครเขษม
ตลาดน้อย และห้างทองเก่าแก่ต่าง ๆ พหุวัฒนธรรม นอกจากความเป็นย่านคนไทยเชื้อสายจีนที่เด่นชัดแล้ว ย่านนี้ยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยมีทั้งวัดไทย วัดจีน (เช่น วัดบำเพ็ญจีนพรต) ศาลเจ้าจีนจำนวนมาก โบสถ์กาลหว่าร์ และมัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ป็นความเข้าใจที่ถูกต้องครับ ชื่อ วัดเกาะ ตามที่ปรากฏในชื่อแหล่งข้อมูลรูปภาพ มีที่มาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ในอดีตของวัดแห่งนี้จริงๆ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
ลักษณะพื้นที่ในอดีต ในสมัยก่อน พื้นที่ของวัดมีคูคลองล้อมรอบ ซึ่งทางทิศตะวันตกของวัดจะอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านอื่น ๆ มีลำคลองขุดล้อมรอบพื้นที่วัดทั้งหมด ทำให้มองดูเหมือนเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางน้ำ ชื่อเรียกขาน ด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นนี้ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกกันติดปากว่า วัดเกาะ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แม้ว่าต่อมาจะได้รับพระราชทานนามอย่างเป็นทางการว่า วัดสัมพันธวงศ์วรวิหาร ในสมัย
รัชกาลที่ 1 แต่ชื่อ วัดเกาะ ก็ยังคงถูกเรียกขานควบคู่กันมาจนถึงปัจจุบัน สถาปัตยกรรมปัจจุบัน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสภาพพื้นที่รอบวัดจะเปลี่ยนไปตามการขยายตัวของเมืองย่านเยาวราช แต่จากรูปภาพจะเห็นได้ว่าพระอุโบสถและอาคารต่าง ๆ ยังคงรักษาความงดงามของสถาปัตยกรรมไทยที่วิจิตรบรรจงเอาไว้เป็นอย่างดี แหล่งข้อมูลที่ปรากฏให้รายละเอียดเกี่ยวกับวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร (หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า วัดเกาะ) ไว้ดังนี้
1. ข้อมูลพื้นฐานและที่ตั้ง สถานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ที่ตั้งเลขที่ 579 ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกในย่านเยาวราช
2. ประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนชื่อสมัยอยุธยา เดิมเป็นวัดราษฎร์ชื่อว่า วัดเกาะ เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยาก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ที่มาของชื่อ วัดเกาะ มาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีคูคลองล้อมรอบพื้นที่วัดและเชื่อมต่อมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1)ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรม
หลวงพิทักษมนตรี บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งวัด และสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเกาะแก้วลังการาม รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่อีกครั้ง และเปลี่ยนนามวัดเป็น วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เพื่อเป็นพระเกียรติแก่สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอฯ ผู้ทรงบูรณะวัดนี้
3. ความสำคัญในราชสำนัก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมาถวายผ้าพระกฐินที่วัดแห่งนี้ โดยเรือพระที่นั่งเทียบที่ศาลาท่าน้ำของวัด
4. ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น พระประธานในพระอุโบสถมีความพิเศษคือมีพระประธานสององค์ประดิษฐานอยู่ องค์ด้านบนมีนามว่า พระพุทธนราสภทศพล และองค์ล่างมีนามว่า พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์ พุทธศิลป์ ตัวอาคารพระอุโบสถที่ปรากฏในภาพเป็นอาคารสีขาว สถาปัตยกรรมไทยทรงจั่วซ้อนชั้น ประดับด้วยช่อฟ้าและลวดลายไทยที่วิจิตรบรรจง และมีการกล่าวถึงประตูทางเข้าพระอุโบสถว่ามีความสำคัญทางศิลปกรร











