การเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีม่วงที่ สถานีบางซ่อน (RW 02) ได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้
ทางเชื่อมต่อโดยตรงDirect Connection แหล่งข้อมูลระบุชัดเจนว่าสถานีบางซ่อนมีการออกแบบให้มีทางเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินเปลี่ยนขบวนได้โดยไม่ต้องออกจากอาคารสถานีไปสู่ถนนด้านนอกความสะดวกด้านระยะทางและเวลาระบบถูกออกแบบให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนถ่ายได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว โดยกระทรวงคมนาคมได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ใช้บัตร EMV แตะออกและเข้าใหม่อีกระบบหนึ่งภายในเวลาเพียง 10 นาที เพื่อรับสิทธิยกเว้นค่าแรกเข้า 12 บาท ซึ่งสะท้อนว่าทางเดินเชื่อมต่อมีความใกล้และสะดวกเพียงพอที่จะทำรายการ
ได้ในเวลาอันสั้นสิ่งอำนวยความสะดวกและการเข้าถึง (Accessibility)สำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ สถานีมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การสนับสนุนสะพานเชื่อมชานชาลาสำหรับผู้ใช้รถเข็น และมีพนักงานพร้อมช่วยเหลือในการนำทางภายในสถานีเพื่อให้การเปลี่ยนระบบเป็นไปอย่างราบรื่นสิทธิประโยชน์เฉพาะสถานี: สถานีบางซ่อนถือเป็นจุดเชื่อมต่อทางยุทธศาสตร์ที่ผู้โดยสารจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดในการประหยัดค่าเดินทาง หากเดินทางข้ามระบบระหว่างสายสีแดงและสายสีม่วงผ่านทางเชื่อมนี้, โดยสรุป สถานีบางซ่อนมีทางเดินเชื่อมต่อที่สะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงในเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการเปลี่ยนถ่ายระบบภายในเวลาไม่กี่นาที
1. ภาพรวมและวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ รถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่ดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท โดยมีเป้าหมายหลักคือ ยกระดับคุณภาพรถไฟชานเมือง: เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดต่อเนื่อง ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา, สมุทรสงคราม และราชบุรี) สามารถเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ (Feeder): ทำหน้าที่ป้อนผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายรถไฟฟ้าอื่น เช่น MRT, BTS แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รวมถึงรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในอนาคตแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ ใช้โครงสร้างทางยกระดับและอุโมงค์เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณจุดตัดถนน ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคทำให้ขบวนรถไฟแบบเดิมไม่สามารถทำเวลาได้
2. เส้นทางหลักและนิยามของชื่อ โครงการประกอบด้วย 2 เส้นทางหลักที่ตัดกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์สายธานีรัถยา สายสีแดงเข้ม วิ่งแนวเหนือ-ใต้ ช่วงรังสิต-กรุงเทพอภิวัฒน์ สายนครวิถี สายสีแดงอ่อนวิ่งแนวตะวันออก-ตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-กรุงเทพอภิวัฒน์ ความหมายของชื่อทั้ง ธานีรัถยาและ นครวิถีเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า เส้นทางของเมือง
3. ประวัติและการพัฒนาจากโครงการโฮปเวลล์ สายสีแดงมีจุดเริ่มต้นมาจากความล้มเหลวของโครงการโฮปเวลล์ที่ถูกบอกเลิกสัญญาเมื่อปี พ.ศ. 2541 รัฐบาลได้นำแผนเดิมมาพัฒนาใหม่ภายใต้แผนแม่บท URMAP และต้องใช้เวลาในการรื้อถอนเสาตอม่อโฮปเวลล์เดิมซึ่งทำให้การก่อสร้างในช่วงแรกล่าช้าได้รับเงินกู้สนับสนุนการก่อสร้างจากรัฐบาลญี่ปุ่น (JICA) เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยปัจจุบันมีสถานีเปิดให้บริการรวม 13 สถานี
4. ลักษณะทางเทคนิคและการให้บริการระบบรางและไฟฟ้าใช้รางกว้าง 1,000 มม Meter gauge และระบบจ่ายไฟเหนือหัว (Overhead Catenary) 25 kV AC ความปลอดภัยของรางเนื่องจากเป็นระบบจ่ายไฟจากด้านบน รางรถไฟฟ้าสายสีแดงจึงไม่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านบนราง แตกต่างจากระบบของ BTS หรือ MRT. อัตราค่าโดยสารเรียกเก็บเริ่มต้น 12 - 42 บาทโดยมีมาตรการพิเศษ เช่น การเหมาจ่ายสูงสุด 42 บาทหากเดินทางข้ามสายผ่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สิทธิประโยชน์ EMV ผู้ใช้บัตรเครดิตมาตรฐาน EMV จะ
ได้รับการยกเว้นค่าแรกเข้า 12 บาทเมื่อเปลี่ยนถ่ายกับ MRT สายสีม่วงที่สถานีบางซ่อนภายใน 10 นาที
5. การอำนวยความสะดวกและความต้องการพิเศษ แหล่งข้อมูลระบุว่าโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงของคนทุกกลุ่มการช่วยเหลือพิเศษมีพนักงานช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตา และมีสะพานเชื่อมชานชาลาสำหรับผู้ใช้รถเข็นการนำสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ระบบ อนุญาตให้นำสุนัขนำทางและสัตว์เลี้ยง ในกระเป๋าหรือรถเข็น เข้าสู่ระบบได้ โดยจำกัดให้อยู่ในตู้หมายเลข 1 เท่านั้น
6. สถิติและอุบัติเหตุ ตั้งแต่เปิดให้บริการ มีรายงานอุบัติเหตุรุนแรงจากการที่มีบุคคลลักลอบเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามบนรางรถไฟฟ้า 3 ครั้ง (ข้อมูลถึงปี พ.ศ. 2568) ส่งผลให้มีการพิจารณาติดตั้งกล้อง CCTV แบบ Motion Sensor เพื่อสั่งหยุดรถอัตโนมัติหากมีผู้บุกรุกเข้าเขตทาง







