ลักษณะสภาวะและสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับสุคติภูมิผ่านมุมมองของการเดินทางของวิญญาณไว้ดังนี้
1. สัญญาณบ่งบอกถึงการไปสู่สุคติ ขณะตาย ลักษณะของผู้ที่จิตวิญญาณจะไปสู่สุคติภูมิสามารถสังเกตได้จากสภาพร่างกายในตอนตายใหม่ ๆ คือ สีหน้าปกติ มีใบหน้าดูสงบเหมือนคนยังมีชีวิตอยู่
ร่างกายอ่อนนิ่ม ร่างกายไม่แข็งทื่อเหมือนศพทั่วไป ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ตาย ได้บรรลุธรรม หรือประกอบกรรมดีมามาก
2. ประสบการณ์ของวิญญาณที่จะไปสู่สุคติ ระหว่าง 49 วัน วิญญาณที่ประกอบกรรมดีและมีจุดหมายปลายทางที่สุคติภูมิ จะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากวิญญาณบาประหว่างการเดินทางในยมโลก ได้รับการพิทักษ์คุ้มครองเมื่อต้องผ่านดงหมาป่าใน 7 วันแรก จะมี หมู่เทวทูต คอยคุ้มครองให้ผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
ได้รับการต้อนรับอย่างดี เมื่อถึงด่านประตูผีจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ และสามารถผ่านด่านไปได้โดยไม่ต้องถูกทุบตีหรือถูกเจ้ากรรมนายเวรทวงหนี้
มีสิทธิพิเศษในการดูงาน ในรอบที่ 3 วิญญาณกลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตให้ไป ท่องเที่ยวดูนรกขุมต่าง ๆ และดูสภาพของบรรดาญาติพี่น้องได้
3. เกณฑ์การตัดสินเข้าสู่สุคติภูมิ
การที่จะได้ไปเกิดในสุคติภูมินั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของยมบาลในด่านคุมบัญชี ช่วงวันที่ 36 - 42 โดยมีเกณฑ์คือ ยอดบุญมากกว่าบาป เจ้าหน้าที่จะตรวจดูบัญชีบุญและบาปที่สะสมมาตลอดชีวิต หากบุญมีมากกว่าบาป ยมบาลจะสั่งให้ไปเกิดยังสุคติภูมิ
ผลจากการละเว้นการฆ่าสัตว์ ผู้ที่ถือศีลกินเจหรือละเว้นการฆ่าสัตว์จะได้รับการพิจารณาโทษที่เบาบางลง ลหุโทษ ซึ่งส่งผลดีต่อการไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น
สรุป ในแหล่งข้อมูลนี้ สุคติภูมิ ถูกนำเสนอในฐานะปลายทางของผู้ที่มี บุญกุศล และ การบรรลุธรรม โดยมี สวรรค์ เป็นหนึ่งในภพภูมิที่ดีที่คู่กับนรก และเป็นสภาวะที่ตรงข้ามกับความทุกขเวทนาในนรกภูมิสภาพร่างกายในตอนที่เสียชีวิตใหม่ ๆ สามารถบ่งบอกถึงภพภูมิที่ดวงวิญญาณจะไปจุติได้ตามลักษณะดังนี้
ไปสู่สุคติ
สีหน้าปกติ ใบหน้าดูสงบเหมือนคนยังมีชีวิตอยู่
ร่างกายอ่อนนิ่ม ร่างกายไม่
แข็งทื่อ ซึ่งมักเกิดกับผู้ที่ได้บรรลุธรรมหรือสร้างกรรมดีมามาก
ตกสู่นรก
หน้าตาซีดเผือด มีลักษณะเหมือนคนกำลังตกใจอย่างสุดขีด
ไปเกิดเป็นสัตว์ 4 ประเภท
ร่างกายแข็งทื่อและหน้าตาน่ากลัว เกิดจากความตกใจกลัวก่อนสิ้นใจ บางคนอาจมีการกรีดร้องเสียงคล้ายสัตว์
มีสัญญาณเฉพาะทางทวารที่ไม่สะอาด
ทางตา มีน้ำตาออก-ตาเบิกกว้างจะไปเกิดเป็นสัตว์ปีก สัตว์ที่เกิดจากไข่
ทางหู หูชันขึ้น-มีขี้หู จะไปเกิดเป็นสัตว์ที่เกิดจากครรภ์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย
ทางจมูก มีน้ำมูกไหล จะไปเกิดเป็นแมลง เช่น มด ยุง แมลงวัน เรียกว่าเศษวิญญาณ
ทางปาก น้ำลายฟูมปาก-ปากอ้าค้างจะไปเกิดเป็นสัตว์น้ำ
การสังเกตสภาพร่างกายเหล่านี้เป็นเพียงสัญญาณเบื้องต้นที่สะท้อนถึงสภาวะจิตใจและผลกรรมสุดท้ายก่อนที่ดวง
วิญญาณจะออกจากร่างเพื่อไปรับการพิจารณาคดีในยมโลกต่อไปอนันตริยกรรม หมายถึง กรรมชั่วมหันต์ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 อย่าง ที่ส่งผลให้วิญญาณต้องตกนรกขุมใหญ่ หรืออาจตกนรกทั้ง 8 ขุมเลยทีเดียว ประกอบด้วยดังนี้
ฆ่าพ่อ
ฆ่าแม่
ฆ่าพระอรหันต์
ยุยงสงฆ์ให้แตกแยก
ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนห้อเลือด
วิญญาณที่กระทำกรรมหนักเหล่านี้จะถูกนำตัวไปยังยมโลกเพื่อรับการลงทัณฑ์และทรมานในนรกขุมต่างๆ ซึ่งแต่ละขุมมีการลงโทษที่สาหัสและยาวนาน
โดยแหล่งข้อมูลเน้นย้ำว่าสภาพการตายและสิ่งที่วิญญาณต้องเผชิญหลังความตายนั้นเป็นผลมาจากบุญและบาปที่ได้กระทำไว้ขณะยังมีชีวิตอยู่


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น