มาตรฐานการรักษา JCI (Joint Commission International) และ CCPC (Clinical Care Program Certificate) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ป่วย เนื่องจากเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัยในการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานสากล โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. มาตรฐาน JCI (Joint Commission International)การรับรองระดับสากลJCI เป็นมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลในระดับสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ซึ่งโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) ได้รับการรับรองนี้เพื่อยืนยันความเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ให้บริการดูแลรักษาและคำปรึกษาโรคเฉพาะทางอย่างมีมาตรฐานความเชื่อมั่นต่อผู้ป่วยการที่สถานพยาบาลได้รับมาตรฐาน JCI ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูง มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ และได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกับโรงพยาบาลชั้นนำในระดับนานาชาติ
2. มาตรฐาน CCPC (Clinical Care Program Certificate)ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาตรฐาน CCPC เป็นการรับรองมาตรฐานในระดับสากลที่เน้นไปที่ โปรแกรมการดูแลรักษาทางคลินิก หรือการรักษาโรคเฉพาะทางโดยเฉพาะ ประสิทธิภาพการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในศูนย์โรคเฉพาะทาง (เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์มะเร็ง หรือศูนย์โรคไตมาตรฐานนี้แสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลมีแนวทางการรักษาที่เป็นเลิศ มีการทำงาน
ร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ และมีผลลัพธ์ทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยมในโรคนั้นๆ สรุปความสำคัญต่อผู้ป่วยการที่โรงพยาบาลยึดถือมาตรฐานทั้งสองนี้ (JCI และ CCPC) ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่เป็น "สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศ ซึ่งครอบคลุมทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และระบบการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูล (ควรตรวจสอบเพิ่มเติม) โดยทั่วไป มาตรฐาน JCI จะเน้นที่ภาพรวมของความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety Goals) เช่น การระบุตัวตนผู้ป่วยที่ถูกต้อง การป้องกันการติดเชื้อ และความปลอดภัยในการใช้ยา ส่วน CCPC จะเน้นความลึกซึ้งในแนวทางการรักษา (Clinical Pathways) ของเฉพาะโรค เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคนั้นๆ จะได้รับการรักษาตามหลักวิชาการล่าสุดและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น
ประวัติการก่อตั้ง โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในระดับภูมิภาค โดยมีรายละเอียดลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้
การอนุมัติใช้พื้นที่และการวางแผน (พ.ศ. 2546 - 2553)คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท หลายครั้งระหว่างปี พ.ศ. 2546 ถึง พ.ศ. 2553 เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ใน สิทธิเหนือพื้นดินบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี เดิม พื้นที่โครงการตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเชื่อมคลองบางกอกน้อย มีเนื้อที่รวมประมาณ 33 ไร่ 2 งาน 94 ตารางวา (หรือ 53,976 ตารางเมตร) พิธีวางศิลาฤกษ์และพระราชทานนาม (พ.ศ. 2551)เมื่อวันที่ 17 มี
นาคม พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เพื่อทรงประกอบ พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ในการนี้ ได้รับพระราชทานนามอาคารโรงพยาบาลว่า อาคาร
ปิยมหาราชการุณย์ การจัดตั้งและเปิดให้บริการ (พ.ศ. 2553 - 2555)เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 คณะกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ได้มีมติให้จัดตั้งหน่วยงานในชื่อ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ หรือใช้ชื่อย่อว่า SiPHโรงพยาบาลเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555 ในฐานะโรงพยาบาลในกำกับของรัฐที่บริหารจัดการภายใต้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล องค์ประกอบสำคัญภายในโครงการ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นโรงพยาบาล แต่ยังรวมถึงความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และ
สถาบันการแพทย์ ได้แก่สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อมุ่งเน้นความเลิศทางการแพทย์พลับพลาสยามินทราศิริราชานุสรณีย์พื้นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอุ้มสมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์การอนุรักษ์อาคารเดิม มีการจัดสรรพื้นที่บริเวณอาคารสถานีรถไฟธนบุรี เดิมและสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับตัวอาคารโรงพยาบาลสูง 14 ชั้นที่ทันสมัย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น